![]()
|
FIRST-PASS
METHOD
|
ประโยชน์ของ first-pass method ที่สำคัญคือ
สารเภสัชรังสี
การเตรียมผู้ป่วย : ไม่ต้องเตรียม
เครื่องมือ
SPECT หรือ Gamma camera ที่มี Small หรือ large field of view low energy high sentivity collimator
photoenergy peak 140 keV เป็น window 20% 32 X 32 หรือ 64 X 64 matrix
เทคนิคการถ่ายภาพ
การวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับ Left to right shunt
คำนวณอัตราส่วนระหว่าง ปริมาณเลือดที่ไหลผ่านปอด ต่อ ปริมาณเลือดที่ถูกสูบฉีดออกไปยัง aorta (Pulmonary blood flow : Systemic blood flow; Qp : Qs) ด้วยการวาดขอบเขต (ROI) บริเวณปอดขวาของภาพ dynamic anterior แล้วสร้างกราฟ Time - Activity ของบริเวณดังกล่าว จะได้ peak 2 peak โดยพื้นที่ใต้ peak อันแรกแทนด้วยปริมาณเลือดที่ไหลผ่านปอด (Pulmonary blood flow ; Qp) ส่วนพื้นที่ใต้ peak อันที่สองถัดมาแทนปริมาณเลือดเข้าปอดจาก recirculation โดยปริมาณเลือดที่ถูกสูบฉีดออกไปยัง aorta (Systemic blood flow; Qs) สามารถหาได้ดวยผลต่างของพื้นที่ใต้ peak ทั้งสอง ค่าปกติของ Qp : Qs = 1:1 ถึง 1.1:1
สำหรับ Ejection fraction
นำภาพ dynamic RAO มารวมเป็นชุดติดกัน (reframe) โดยรวม 10-20 ภาพเข้าด้วยกัน (0.5-1 วินาที) แสดงภาพเคลื่อนไหวของภาพที่ reframe เพื่อที่จะแยกและวาดขอบเขต (ROI) แต่ละส่วนของ superior venaa cava, right ventricle, left ventricle และ lung สร้างกราฟ Time-Activity ของบริเวณดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่าการฉีดสารเภสัชรังสีเป็นแบบ bolus หรือไหม จากนั้นนำ กราฟ Time-Activity ของ right ventricle ซึ่งมีลักษณะฟันเลื้อย มาเลือก 1-2 peak นำค่านับวัดสูงสุดของ peak มารวมกันเป็น end-diastolic counts (ED) และค่านับวัดต่ำสุดของ peak มารวมกันเป็น end-systolic counts (ES) เพื่อคำนวณ right ventricle ejection fraction (EF; %EF = ((ED-ES)/-ED) X 100)