FIRST-PASS METHOD

 

ประโยชน์ของ first-pass method ที่สำคัญคือ

  1. ใช้หาประมาณของ left-to-right shunt
  2. ใช้หาค่า ejection fraction ของหัวใจ
  3. ใช้วินิจฉัยภาวะการอุดตันของ superior vena cava

สารเภสัชรังสี

  1. สารประกอบที่ติดฉลากด้วย 99mTc-pyrophosphase ที่ไม่ uptake ที่ปอด 15-20 mCi.
  2. In vivo labeled 99mTc-RBC (red blood cell) 15-20 mCi.

การเตรียมผู้ป่วย : ไม่ต้องเตรียม

เครื่องมือ

SPECT หรือ Gamma camera ที่มี Small หรือ large field of view low energy high sentivity collimator
photoenergy peak 140 keV เป็น window 20% 32 X 32 หรือ 64 X 64 matrix

เทคนิคการถ่ายภาพ

  1. ให้ผู้ป่วยนอนบนเตรียงถ่ายภาพ จัดท่าตามความเหมาะสม
    1.1 ทำ anterior ถ้าจะทำ Left-to-Right shunt และ SVC obstruction
    1.2 RAO 15-13 องศา ถ้าจะทำ ejection fraction วาง marker ที่ xyphoid ให้ marker อยู่ที่ lower 1/3 ของจอภาพ
  2. แทงเส้นด้วย butterfly เบอร์ 21 หรือ 20 ต่อด้วย extension tube
  3. ตั้งคอมพิวเตอร์ dynamic image : 0.02-0.04 sec/frame 1200-1500 frames (ประมาณ 1 นาที) ภาพขยาย (zoom) 1.3-2.0 เท่า
  4. เตรียมสารเภสัชรังสี ฉีด I.V. แบบ bolus injection
  5. Start acquisition ทันทีที่ฉีด

การวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับ Left to right shunt

คำนวณอัตราส่วนระหว่าง ปริมาณเลือดที่ไหลผ่านปอด ต่อ ปริมาณเลือดที่ถูกสูบฉีดออกไปยัง aorta (Pulmonary blood flow : Systemic blood flow; Qp : Qs) ด้วยการวาดขอบเขต (ROI) บริเวณปอดขวาของภาพ dynamic anterior แล้วสร้างกราฟ Time - Activity ของบริเวณดังกล่าว จะได้ peak 2 peak โดยพื้นที่ใต้ peak อันแรกแทนด้วยปริมาณเลือดที่ไหลผ่านปอด (Pulmonary blood flow ; Qp) ส่วนพื้นที่ใต้ peak อันที่สองถัดมาแทนปริมาณเลือดเข้าปอดจาก recirculation โดยปริมาณเลือดที่ถูกสูบฉีดออกไปยัง aorta (Systemic blood flow; Qs) สามารถหาได้ดวยผลต่างของพื้นที่ใต้ peak ทั้งสอง ค่าปกติของ Qp : Qs = 1:1 ถึง 1.1:1

สำหรับ Ejection fraction

นำภาพ dynamic RAO มารวมเป็นชุดติดกัน (reframe) โดยรวม 10-20 ภาพเข้าด้วยกัน (0.5-1 วินาที) แสดงภาพเคลื่อนไหวของภาพที่ reframe เพื่อที่จะแยกและวาดขอบเขต (ROI) แต่ละส่วนของ superior venaa cava, right ventricle, left ventricle และ lung สร้างกราฟ Time-Activity ของบริเวณดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่าการฉีดสารเภสัชรังสีเป็นแบบ bolus หรือไหม จากนั้นนำ กราฟ Time-Activity ของ right ventricle ซึ่งมีลักษณะฟันเลื้อย มาเลือก 1-2 peak นำค่านับวัดสูงสุดของ peak มารวมกันเป็น end-diastolic counts (ED) และค่านับวัดต่ำสุดของ peak มารวมกันเป็น end-systolic counts (ES) เพื่อคำนวณ right ventricle ejection fraction (EF; %EF = ((ED-ES)/-ED) X 100)

 

<<-- Back