![]()
|
การทำ
EXERCISE STRESS TEST ร่วมกับ Myocardial Perfusion Study
|
| 1. | ผู้ป่วยควรหยุดยาโรคหัวใจเป็นเวลา 48 ชั่วโมง และงดอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมง | |
| 2. | เมื่อผู้ป่วยมาถึง ให้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง แล้วนำไปนอนบนเตียงตรวจ | |
| 3. | ให้น้ำเกลือ NSS (ไม่มี glucose) เข้าหลอดเลือดดำที่แขนขวา โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่อยู่ใกล้ข้อมือ พ้นแถบผ้าสำหรับวัดความดันโลหิต ที่แขนซ้าย | |
| 4. | ติด leads ECG เพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจทั้ง 12 leads, ที่หน้าจอตั้งดู leads II, aVF,V5 | |
| 5. | บันทึก ECG 12 lead, BP, HR, symptoms ในท่านอน, นั่ง, ยืน และ hyperventilate (หายใจติดต่อกันประมาณ 30 วินาที) | |
| 6. | แนะนำและสาธิตวิธีการเดินออกกำลังบนสายพานให้ผู้ป่ายเข้าใจ และย้ำกับผู้ป่วยว่าเมื่อจะเดินไม่ไหวให้บอกก่อนหยุด 1 นาที คือเมื่อออกกำลังกายสูงสุดแล้วแพทย์จะฉีดสารเภสัชรังสีเข้าทางสายน้ำเกลือ แล้วจะต้องเดินต่อไปอีก 1 นาที | |
| 7. | ให้ผู้ป่วยเดินบน Treadmill โดยปรับความเร็วและความชันตาม exercise protocol ที่ใช้ | |
| 8. | บันทึก ECG, BP, HR, symptom ใน 20 วินาทีสุดท้ายของแต่ละ stage | |
| 9. | เมื่อผู้ป่วย exercise จนสูงสุดแล้วฉีด TI-201 (3 mCi) หรือ 99mTc-MIBI (21 mCi) เข้าทางสายน้ำเกลือ แบบ bolus injection ให้ผู้ป่ายเดินต่ออีก 1 นาที | |
| 10. | ให้ผู้ป่วยเดินช้าลง (cool down) ประมาณ 1 นาที ก่อน แล้วจึงให้ผู้ป่วยนอนลงบนเตียง | |
| 11. | บันทึก ECG, BP, HR, symptom ใน recovery phase เป็นเวลา 5 นาที หรือจนไม่มีอาการ และการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจกลับเป็นปกติ (ไม่ควรเกิน 10 นาที) | |
| 12. | นำผู้ป่วยไปถ่ายภาพที่เครื่องสแกน | |
| 1.1 | สำหรับ Thallium scan นำผู้ป่วยไปถ่ายภาพที่เครื่องสแกนทันที | |
| 12.2 | สำหรับ 99mTc-MIBI scan ให้ผู้ป่ายรอ 1 ชั่วโมง หลังฉีดสารเภสัชรังสี จึงนำผู้ป่วยมาถ่ายภาพสแกน โดยให้ผู้ป่วยดื่นน้ำ 1 แก้ว หรือรับประทานอาหารไขมันสูง (ขึ้นอยู่กับสารเภสัชรังสีที่ใช้) หลังฉีดสารเภสัชรังสี 20-30 นาที | |