1.วิธีช่วยผู้ใหญ่โดยผู้ปฏิบัติการคนเดียว
  • ตรวจดูว่าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว จริงหรือไม่ โดยเขย่า บริเวณไหล่เบาๆ และร้อง เรียกเสียงดัง
  • ถ้าไม่รู้ตัว ให้ขอความ ช่วยเหลือในทันที เช่น โทรศัพท์เรียกรถพยาบาลที่ หมายเลข 1669
  • เปิดทางหายใจ โดยกด ศีรษะให้หน้าแหงน และ เชยคางขึ้น เพื่อลิ้นจะได้ไม่ ตกไปอุดช่องคอ
  • ใช้แก้มอังบริเวณจมูกและ ปาก หูฟังเสียงลมหายใจ และรู้สึกถึงลมที่มากระทบ แก้ม ตามองดูการ เคลื่อนไหวของทรวงอก (ตาดู หูฟัง แก้มรับสัมผัส)
  • ถ้าผู้ป่วยไม่หายใจ บีบจมูก แล้วเป่าปากช่วยหายใจ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 วินาที ประกบปากให้สนิท ถอน ปากก่อนเป่าครั้งที่สอง
  • อาจใช้ Face Shield ป้องกันการสัมผัสน้ำลาย
  • หรือใช้ Pocket Mask
  • บุคลากรด้านการแพทย์ แนะนำให้จับชีพจรที่คอ ใช ้ เวลาไม่เกิน 10 วินาที ตา สังเกตว่าแขนขาขยับหรือไม่
  • ประชาชนทั่วไป ไม่ต้องคลำ ชีพจร อาจใช้การสังเกต ถ้า ผู้ป่วยตัวซีด แขนขาไม่ขยับ ก็ น่าจะไม่มีชีพจร
  • ตำแหน่งวางมือกดหน้าอก
    สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป ไม่ต้องคลำชายโครงเพื่อหา ตำแหน่งวางมือ แต่ให้วางมือที่กึ่งกลางหน้าอกระดับราวนมได้เลย
  • การกดหน้าอก
    • กดกลางกระดูกหน้าอก
    • ประสานมือ และล็อกนิ้วมือเข้าด้วยกัน กดด้วยส้นมือ
    • แขนตรง ไม่งอข้อศอก
    • กดให้ลึกหนึ่งนิ้วครึ่ง ถึงสองนิ้ว
    • ความเร็ว 100 ครั้งต่อนาที
    • กดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับช่วยหายใจ 2 ครั้ง นับเป็น 1 รอบ
    • เมื่อทำครบ 5 รอบแรก (2 นาที) แล้ว ให้ตรวจชีพจรซ้ำ หลังจากนั้นจึง ประเมินทุก 2 นาที
  • เมื่อมีชีพจร และหายใจได้ ปกติ ให้จัดผู้ป่วยนอนในท่า พักฟื้นถ้าไม่มีข้อห้าม (เช่น การบาดเจ็บบริเวณกระดูก สันหลัง) คอยจับชีพจร และ เฝ้าดูการหายใจเป็นระยะ จนกว่าความช่วยเหลือมาถึง
  • สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ถ้าพบว่ามีชีพจร แต่ไม่หายใจ หรือหายใจไม่พอ ให้ช่วย หายใจ 10-12 ครั้งต่อนาที จับ ชีพจรเป็นระยะ จนกว่าความ ช่วยเหลือมาถึง ส่วนประชาชน ทั่วไปไม่แนะนำให้ช่วยหายใจ โดยไม่มีการกดหน้าอก